บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) (บมจ. อสมท) รัฐวิสาหกิจ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี จดทะเบียนจัดตั้งในรูปบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2547 ด้วยการแปลงสภาพจากองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.) ตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 และเข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2547 และบริษัทได้กระจายหุ้นสู่มหาชนเป็นครั้งแรกในฐานะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2547 โดยมีภารกิจในการประกอบกิจการสื่อสารมวลชน ที่มุ่งสู่การเป็นองค์กรคุณภาพในธุรกิจสื่อที่สร้างสรรค์สังคมไทยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างเท่าเทียม ทันสถานการณ์ บมจ. อสมท มีธุรกิจหลักประกอบด้วย กิจการโทรทัศน์ กิจการวิทยุกระจายเสียง สำนักข่าวไทย และกิจการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล รวมถึงบริษัทย่อย 2 บริษัท คือ บริษัท พาโนราม่า เวิลด์ไวด์ จำกัด และบริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัด นอกจากนี้ ยังร่วมดำเนินกิจการกับผู้ประกอบการเอกชนอื่นๆ ภายใต้สัญญาร่วมดำเนินกิจการ ได้แก่ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ดำเนินกิจการส่งโทรทัศน์ ไทยทีวีสี ช่อง 3 และบริษัท ทรู วิชั่นส์ เคเบิ้ล จำกัด (มหาชน) ดำเนินกิจการให้บริการโทรทัศน์ระบบบอกรับเป็นสมาชิก

เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ

บมจ. อสมท ได้กำหนดวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขันให้ บมจ. อสมท เป็นองค์กรธุรกิจด้านสื่อสารมวลชนที่มีการบริหารงานในเชิงธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ สร้างสรรค์ และทำหน้าที่สื่อได้อย่างสมบูรณ์ ภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างการเข้าถึงข้อมูลอย่างเท่าเทียม เที่ยงตรง สร้างสรรค์ ทันสถานการณ์อย่างชาญฉลาด” โดยมีโครงสร้างการดำเนินธุรกิจเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ขององค์กร ดังนี้

ธุรกิจโทรทัศน์

บมจ. อสมท ดำเนินธุรกิจด้านโทรทัศน์ระบบแอนะล็อกอันเป็นเทคโนโลยีการแพร่กระจายเสียงและภาพระบบดั้งเดิม ที่ประเทศไทยใช้นับตั้งแต่มีกิจการโทรทัศน์ในประเทศต่อเนื่องมาจนถึงกลางปี 2561 สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์จึงได้ยุติการแพร่กระจายเสียงและภาพในระบบดังกล่าว และตั้งแต่ปี 2557 บมจ. อสมท ได้เริ่มให้บริการช่องรายการโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล ตามใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบธุรกิจโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล ประเภทบริการธุรกิจระดับชาติ จำนวน 2 ช่องรายการ คือ ช่องรายการทั่วไป แบบความคมชัดสูง (HD) และช่องรายการเด็ก เยาวชนและครอบครัว แบบความคมชัดปกติ (SD) โดยใบอนุญาตฯ ดังกล่าว มีระยะเวลา 15 ปี เริ่มวันที่ 25 เมษายน 2557 สิ้นสุดวันที่ 24 เมษายน 2572

  • ช่องรายการ 9 MCOT HD หมายเลขช่อง 30

    ช่อง 9 MCOT HD เป็นช่องรายการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ( DTT ) ประเภทบริการธุรกิจ หมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดสูง ( High Definition : HD ) หมายเลข 30 ส่งสัญญาณแพร่ภาพ 24 ชั่วโมง ผ่านโครงข่ายโทรทัศน์ประเภทใช้คลื่นความถี่ระบบดิจิตอลภาคพื้นดินระดับชาติ ของ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จำนวน 39 สถานีหลัก และสถานีเสริม ไม่น้อยกว่า 129 สถานี ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย หรือครอบคลุมประชากร กว่า 22 ล้านครัวเรือน หรือกว่า 70.40 ล้านคน

    บมจ. อสมท ได้ปรับปรุงตราสัญสักษณ์ประจำช่องรายการใหม่ (Logo Identity) พร้อมชื่อเรียกสถานีว่า “ช่อง 9 MCOT HD” และคำขวัญประจำช่องรายการ “เปิดโลกกว้าง สร้างความสุข” มาตั้งแต่ปี 2558 ทั้งนี้ เพื่อปรับเปลี่ยน ไปตามสถานการณ์ทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล ซึ่งมีคู่แข่งขันที่แย่งชิงกลุ่มผู้ชมในช่วงวัยหนุ่มสาวหรือวัยทำงานมากขึ้น และเพื่อตอบสนองกับเสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้ซื้อสื่อโฆษณาที่มีแนวโน้มจะซื้อสื่อโฆษณาจากช่องรายการที่เน้นฐานผู้ชมในช่วงวัยรุ่นและวัยทำงาน โดยยังคงใช้ตราสัญสักษณ์และคำขวัญดังกล่าวอยู่จนถึงปัจจุบัน

    บมจ. อสมท ยังคงมุ่งเน้นทิศทางการนำเสนอรายการของช่อง 9 MCOT HD โดยดำเนินการปรับ กลยุทธ์ในการจัดวางรายการให้ออกอากาศตามความเหมาะสมของผู้ชมในแต่ละช่วงเวลา มีการวางผังรายการให้เหมาะสมสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้สามารถแข่งขันทางธุรกิจในอุตสาหกรรมสื่อและเป็นไปตามข้อกำหนดของประกาศ กสทช. รวมทั้งมุ่งเน้นให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการรับชมโทรทัศน์ของผู้ชมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีของสื่อดิจิตอลอื่นๆ ที่เพิ่มช่องทางการรับชมให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น

    บมจ. อสมท ให้ความสำคัญกับการกำหนดผังรายการและรูปแบบรายการตามนโยบายด้านธุรกิจ และสัดส่วนเนื้อหาของสถานี รวมถึงวัตถุประสงค์ขององค์กร ซึ่งได้มีการจัดวางรายการให้ออกอากาศตามความเหมาะสมของผู้ชมในแต่ละช่วงเวลา รวมถึงให้กลุ่มผู้ชมหลักของแต่ละรายการเป็นไปตามลักษณะเฉพาะของแต่ละรายการโทรทัศน์ และนำเสนอรายการบันเทิงบนสาระ (Edutainment) โดยเพิ่มสัดส่วนรายการที่ บมจ. อสมท ดำเนินการผลิตเอง หรือจ้างบริษัทที่มีความชำนาญในการผลิตรายการเฉพาะทาง มาดำเนินการผลิตมากขึ้น เพื่อควบคุมการผลิตหรือได้สิทธิ์การขายโฆษณาในรายการโดยสมบูรณ์ ทั้งในส่วนที่เป็นพื้นที่โฆษณาปกติ (SPOT) และการโฆษณาในเนื้อรายการ (Tie-In) อีกทั้งยังได้สิทธิ์อย่างสมบูรณ์ในการเป็นเจ้าของเนื้อหาและรูปแบบรายการ สำหรับการต่อยอดธุรกิจในยุคดิจิตอล เช่น การเผยแพร่บนช่องทางดิจิตอลอื่นๆ ได้แก่ Streaming, Line TV รวมถึงการขายรายการสำเร็จรูป (Finished Program) ของ บมจ. อสมท ไปยังตลาดรายการต่างประเทศ ภายใต้การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

    นอกจากนี้ บมจ. อสมท เพิ่มรูปแบบการผลิตรายการประเภทข่าวและรายงานสถานการณ์ จาก ร้อยละ 32.03 ในปี 2562 เป็น ร้อยละ 36.87 / รายการประเภทบันเทิงยังคงนำเสนอละครจากประเทศจีนเป็น ส่วนใหญ่อย่างต่อเนื่องทั้งในแบบพีเรียดกำลังภายในและโมเดิร์นดราม่า / รายการประเภทกีฬา มีการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ทำให้สัดส่วนรายการประเภทกีฬาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากเดิมร้อยละ 3.69 เป็น ร้อยละ 4.87 ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 MCOT HD มีภาพรวมสัดส่วนการออกอากาศแยกตามประเภทรายการและรูปแบบการผลิตในปี 2562 ดังนี้

       
    รายการข่าวและรายงานสถานการณ์ ร้อยละ 36.87
    รายการบันเทิง ร้อยละ 30.73
    รายการสาระบันเทิง ร้อยละ 18.41
    รายการสาระความรู้ ร้อยละ 9.12
    รายการกีฬา ร้อยละ 4.87

    ปี 2562 รายการที่ บมจ.อสมท ดำเนินการเอง ลดลงจากปี 2561 จาก ร้อยละ 82.02 เป็น ร้อยละ 78.36 และรายการที่ร่วมผลิตจากเดิม ร้อยละ 10.42 เป็น ร้อยละ 8.39 เนื่องจากมีสัดส่วนการเช่าเวลาเพิ่มขึ้น จากเดิม ร้อยละ 7.50 เป็น ร้อยละ 13.24

    ค่าเฉลี่ยสัดส่วนการออกอากาศตามรูปแบบการผลิต

       
    ดำเนินการเอง ร้อยละ 78.36
    ร่วมผลิต (Sharing) ร้อยละ 8.39
    เช่าเวลา ร้อยละ 13.24

    ด้านรายการข่าว สำนักข่าวไทยมีรูปแบบการนำเสนอ โดยเน้นความรวดเร็ว ฉับไว และถูกต้อง ในรูปแบบข่าวทั่วไป สารคดีเชิงข่าว การสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องในประเด็นข่าวที่อยู่ในความสนใจ การรายงานสดสถานการณ์ข่าว รวมถึงรายงานพิเศษ ครอบคลุมประเด็นข่าวใหญ่และข่าวใกล้ตัว และได้ปรับเพิ่มรูปแบบการผลิตรายการประเภทข่าวและรายงานสถานการณ์มากขึ้น สร้างสรรค์งานสกู๊ปและภาพข่าวมุมมองใหม่ ซึ่งมีความแตกต่างไปจากเดิมโดยใช้อุปกรณ์การถ่ายทำแบบใหม่ เช่น กล้องแทนสายตา กล้อง Action camera การใช้ภาพกล้องมุมสูงจากอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ที่ทำให้เห็นภาพมุมสูงที่มีความแตกต่างและสวยงาม การใช้สื่อออนไลน์ (Social media) โดยเพิ่มช่องทางและจัดทำรายงานข่าวพิเศษและนำเสนอผ่านทางสื่อออนไลน์ รวมทั้งได้นำเสนอข่าวต่างประเทศจากสำนักข่าวชั้นนำที่ได้รับความเชื่อถือในระดับสากล เพื่อรายงานข่าวความเคลื่อนไหวและเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง ขณะเดียวกันสำนักข่าวไทยจัดส่งทีมข่าวไปยังประเทศต่างๆ เพื่อรายงานข่าวที่อยู่ในความสนใจ ของประชาชน รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ เพื่อเป็นศูนย์ตรวจสอบข้อเท็จจริงในสื่อสังคมออนไลน์

    นอกจากนี้ รายการโทรทัศน์หลายรายการที่ บมจ. อสมท ผลิตเอง โดยฝ่ายธุรกิจไนน์เอ็นเตอร์เทน ยังเป็นรายการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น รายการไนน์เอ็นเตอร์เทน ออกอากาศวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 11.30 - 12.00 น. และรายการตกมันส์บันเทิง ออกอากาศวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 16.15 – 17.00 น. เป็นต้น ด้วยจุดเด่นของรายการ จากการรายงานข่าวบันเทิงเชิงสร้างสรรค์สอดแทรกสาระ ด้วยความเป็นกลางไม่จำกัดค่ายและสังกัด ดำเนินการผลิตรายการภายใต้ศักยภาพและเทคโนโลยีสูงสุดของ บมจ. อสมท เพื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ข่าวสารอย่างรวดเร็วฉับไว ที่สำคัญเป็นผู้นำประเด็นข่าวบันเทิงต่างๆ อย่างแท้จริง และยังเป็นผู้จุดประเด็นร้อนต่างๆ อีกมากมาย รวมถึงการนำรถถ่ายทอดสดดาวเทียมมาใช้ในการรายงานข่าวบันเทิง เพื่อความรวดเร็วในการรับรู้ข่าวสารของผู้ชม และยังขยายฐานการรับชมไปสู่ชุมชนคนรุ่นใหม่ผ่านเว็บไซต์ www.nineentertain.tv และเฟชบุ๊ค www.facebook.com/9entertain รวมทั้งเผยแพร่คลิปข่าวบันเทิงผ่านทาง www.youtube.com ทั้งนี้ ช่องทางหลักคือ www.facebook.com/9entertain มียอดสมาชิกผู้ชื่นชอบเพจ (Page Likes) กว่า 4.3 ล้านคน ถือว่าเป็นข่าวบันเทิงที่มีผู้เข้าชมสูงสุดในสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)

  • ช่องรายการ MCOT Family หมายเลขช่อง 14

    ช่อง MCOT Family เป็นช่องรายการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล (DTT) ความคมชัดปกติ (SD) หมายเลขช่อง 14 หมวดหมู่ช่องรายการสำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว โดย บมจ. อสมท กำหนดลักษณะให้เป็นช่องรายการที่ผลิตและนำเสนอรายการเชิงสร้างสรรค์ พร้อมความสนุกสนาน เน้นสาระประโยชน์ ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ นำเสนอรายการเพื่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว โดยรายการที่นำเสนอในผังรายการของช่อง MCOT FAMILY เป็นรายการที่เหมาะสำหรับครอบครัว ซึ่งในปี 2561 เน้นขยายฐานผู้ชมรายการให้ครอบคลุมกลุ่มผู้หญิงแม่บ้าน และผู้สูงวัยมากขึ้น

    ในปี 2562 บมจ. อสมท ได้กำหนดผังรายการ ช่อง 14 MCOT FAMILY ให้เป็นช่องรายการที่ทุกคนในครอบครัวสามารถเปิดช่องนี้ไว้ได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งประกอบไปด้วยรายการประเภทการ์ตูน ข่าวสารสาระและรายการประชาสัมพันธ์สินค้าที่หลากหลาย ให้ผู้ชมมีช่องทางเลือกและสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านข้อมูลจากหน้าจอได้ทันที

    สำหรับการแบ่งช่วงเวลาของผู้ชมรายการ เพื่อให้เหมาะสมและชัดเจนยิ่งขึ้น ดังนี้

    การแบ่งช่วงเวลาของผู้ชมรายการ เพื่อให้เหมาะสมและชัดเจนยิ่งขึ้น ดังนี้ ช่วงเช้า 06.00- 08.00 น. และเย็น 16.30-18.00 น. เป็นประเภทรายการสำหรับเด็ก ช่วงสาย – บ่าย เวลา 08.00-17.00 เป็นรายการสำหรับผู้ชมที่เป็นผู้หญิง แม่บ้าน รายการเพื่อสุขภาพ และรายการแนะนำสินค้า

    ช่วงค่ำ เวลา 20.00-20.15 นำเสนอข่าวพระราชสำนัก

    ช่วงเวลา เวลา 20.15-21.00 น. นำเสนอรายการที่สามารถรับชมพร้อมกันได้ทั้งครอบครัว เช่น ภาพยนตร์ชุดต่างประเทศ (Series)

    ทั้งนี้ ในปี 2562 ช่อง 14 MCOT FAMILY มีภาพรวมสัดส่วนรายการ ดังนี้

       
    รายการบันเทิง ร้อยละ 53.55
    รายการสาระความรู้ ร้อยละ 21.87
    รายการข่าวและรายงานสถานการณ์ ร้อยละ 13.17
    รายการส่งเสริมรายการ/สาธารณะ ร้อยละ 8.61
    รายการสาระบันเทิง ร้อยละ 2.37
    รายการกีฬา ร้อยละ 0.43

    อย่างไรก็ตาม ภาวะการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจโทรทัศน์ดิจิทัล ส่งผลให้ผู้ประกอบการคืนใบอนุญาตประกอบกิจการช่องรายการโทรทัศน์ดิจิทัล จำนวน 7 ช่อง รวมถึงช่อง 14 MCOT Family ซึ่ง บมจ.อสมท ได้ยุติการออกอากาศเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562

ธุรกิจวิทยุกระจายเสียง บมจ. อสมท

บมจ. อสมท ดำเนินกิจการวิทยุกระจายเสียงทั้งด้านการผลิต การตลาด และการบริหารจัดการ ออกอากาศรายการประเภทต่างๆ ทั้งสาระความรู้และความบันเทิงที่หลากหลายรูปแบบ ภายใต้ชื่อ MCOT Radio Network “เครือข่ายทันสมัย ก้าวใหม่ สังคมสร้างสรรค์ด้วยปัญญา” เพื่อพัฒนาความรู้ และคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งเพื่อสาธารณประโยชน์และมวลชนท้องถิ่น ภายใต้ภาพลักษณ์ของสถานีวิทยุฯ แห่งความทันสมัย ส่งกระจายเสียงทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ด้วยระบบเอฟเอ็ม และระบบเอเอ็ม จำนวน 62 สถานี โดยส่วนกลางออกอากาศจากกรุงเทพมหานคร จำนวน 9 สถานี ส่งกระจายเสียงด้วยระบบเอฟเอ็ม 7 สถานี และระบบเอเอ็ม 2 สถานี พื้นที่บริการครอบคลุมทั้งในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง สำหรับส่วนภูมิภาคส่งกระจายเสียงด้วยระบบเอฟเอ็ม 53 สถานี สามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศได้ประมาณ ร้อยละ 92.4 มีประชากรในเขตพื้นที่เป้าหมายให้บริการประมาณร้อยละ 93.8

นอกจากการรับฟังรายการของสถานีวิทยุฯ อสมท ผ่านทางคลื่นวิทยุฯ แต่ละคลื่นโดยตรงแล้ว สถานีวิทยุกระจายเสียง อสมท ยังมีช่องทางให้ผู้ฟังทั้งในและต่างประเทศ สามารถรับฟังรายการของแต่ละคลื่นทั้งรายการสดและรายการที่น่าสนใจย้อนหลังผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้ที่ www.mcot.net และ Application ผ่านทาง Smart Phone รวมทั้งมีการบูรณาการกับ Social Network, YouTube และ Facebook

ทั้งนี้ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 76/2559 เรื่อง มาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ เห็นชอบให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐที่ประกอบกิจการกระจายเสียงตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ถือครองคลื่นความถี่ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ยังคงมีสิทธิในการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและการถือครองคลื่นความถี่ดังกล่าวได้ตามขอบเขตและสิทธิเดิมไปอีก 5 ปี บมจ. อสมท จึงยังสามารถดำเนินกิจการวิทยุกระจายเสียงบนคลื่นความถี่เดิมได้ต่อไป

สถานีวิทยุฯ บมจ. อสมท ในส่วนกลาง ระบบเอฟเอ็ม และระบบเอเอ็ม มีการกำหนดตำแหน่งและกลุ่มเป้าหมาย ของแต่ละคลื่นอย่างชัดเจน โดยจัดรูปแบบการผลิตและนำเสนอรายการต่าง ๆ ดังนี้

  • เอฟเอ็ม 95 เมกะเฮิรตซ์ “มหานครแฟมิลี่ ลูกทุ่งมหานคร” สถานีที่นำเสนอเพลงลูกทุ่งสุดฮิตเพื่อชีวิตมีระดับ ให้สารประโยชน์ความรู้ต่างๆ และครองความนิยมอันดับ 1 ทุกกลุ่มเป้าหมาย ทุกเพศทุกวัย ถ่ายทอดโดยนักจัดรายการรุ่นใหม่ นักจัดรายการที่มีชื่อเสียงทันสมัย มีสาระความรู้ใกล้ตัว อบอุ่น และใกล้ชิดผู้ฟัง ซึ่งนอกจากจะออกอากาศในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้ว ยังออกอากาศด้วยระบบเครือข่ายผ่านดาวเทียมไปยังสถานีวิทยุเครือข่ายของ บมจ.อสมท ภูมิภาค ทั่วประเทศ และจากการพัฒนาการดำเนินงานของสถานีทั้งในรูปแบบการนำเสนอรายการ และการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างกระแสความนิยมและรักษาฐานผู้ฟังอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้สถานีได้รับความนิยมอยู่ในอันดับ 1 ของ 40 สถานีวิทยุในกรุงเทพมหานคร มาอย่างต่อเนื่อง
  • เอฟเอ็ม 96.5 เมกะเฮิรตซ์ “คลื่นความคิด” เข้มทุกสาระ ข้นทุกความคิด : ผู้นำสื่อทางความคิดที่เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือ ของกลุ่มผู้นำในทุกวงการบนทุก Platform โดยเป็นแหล่งรวมขุมพลังนักคิดชั้นแนวหน้าของเมืองไทยกว่า 100 ชีวิต ที่มีความเชี่ยวชาญที่จะมาวิเคราะห์เจาะลึกให้ผู้ฟังได้รู้เท่าทันรอบด้าน ทันสถานการณ์ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ต่างประเทศ เทคโนโลยี และการสร้างสมดุลชีวิตอย่างถูกต้องเหมาะสม ภายใต้แนวคิด “พลังนักคิด พลังสร้างสรรค์ สู่การสื่อสารไร้ขีดจำกัด”
  • เอฟเอ็ม 97.5 เมกะเฮิรตซ์ “Mellow 97.5” คลื่นเพลง Easy listening สำหรับคนวัยทำงาน ภายใต้คอนเซป “Good Mood Music & Work-Life Balance” เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2560 และดำเนินการสร้างสรรค์เนื้อหา (Contents) สำหรับคนทำงานทุกประเภท บนข้อมูลที่ตอบสนองความสมดุลในชีวิตและการทำงาน ผสมผสานด้วยเสียงเพลงและบรรยากาศที่ผ่อนคลายความเครียด เพื่อก้าวสู่ไปความสำเร็จในชีวิต พร้อมกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • เอฟเอ็ม 99.0 เมกะเฮิรตซ์ “Active Radio” คลื่นเมืองไทยแข็งแรง นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับกีฬา ท่องเที่ยว สุขภาพ และกิจกรรมนันทนาการ ภายใต้ความคิดที่ต้องการให้คนไทยมีสุขภาพแข็งแรง ทั้งกายและใจ รวมทั้งมีความสุขกับกิจกรรมนันทนาการต่างๆ ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการนำเสนอ ทั้งสาระและความบันเทิง เป็นคลื่นที่ฟังได้ทุกเพศทุกวัย ได้ทั้งสาระเพื่อสุขภาพ และสนุกสนานกับกีฬา เป็นผลให้เอฟเอ็ม 99.0 เมกะเฮิรตซ์ ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มของผู้ที่ชื่นชอบกีฬา และใส่ใจเรื่องสุขภาพ
  • เอฟเอ็ม 100.5 เมกะเฮิรตซ์ “คลื่นข่าว News Network” สุดยอดของสถานีข่าววิทยุของเมืองไทยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยข่าวเข้มข้นแหลมคม นำเสนอข่าวทั้งทั่วไปและเชิงลึก โดยทีมงานของสำนักข่าวไทย และทีมข่าวของสถานี รวมทั้งยังเป็นสถานีแม่ข่ายเสนอข่าวต้นชั่วโมงไปยังสถานีวิทยุฯ เครือข่ายทั่วประเทศ และจากการพัฒนาการดำเนินงานของสถานีอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้ในปี 2553 - 2561 สถานีได้รับความนิยมอยู่ในอันดับ 1 - 2 ของสถานีวิทยุฯ กลุ่มผู้ฟังเป้าหมายเดียวกัน
  • เอฟเอ็ม 107 เมกะเฮิรตซ์ “MET 107” คลื่นเพลงสากลสำหรับคนทันสมัย ที่นำเสนอเพลงฮิต เพลงใหม่ พร้อมเกาะติดเรื่องราวไลฟ์สไตล์ อินเทรนด์ ภายใต้สโลแกน “For Life and Music” โดยนำเสนอทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมถึงเนื้อหาสาระด้านข่าวจากสำนักข่าวระดับโลกหลายแห่ง อาทิ BBC, VOA, Radio Australia และ OANA โดยในปี 2560 เอฟเอ็ม 107 เมกะเฮิรตซ์ “MET 107” ครองความนิยมเป็นอันดับ 1 จากจำนวนคลื่นเพลงสากลทั้งหมด 5 คลื่น
  • เอเอ็ม 1143 “คลื่นเพื่อนร่วมทาง” สถานีวิทยุฯ ที่นำเสนอสาระ ความรู้ ข่าวสาร ทันเหตุการณ์ และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้ฟัง ตั้งแต่วันจันทร์ – อาทิตย์ นอกจากนั้นยังสอดแทรกสาระ ความรู้ และแนวคิด หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และข้อมูลด้านคุณธรรม จริยธรรม เพื่อนำไปเป็นข้อคิด และเป็นแนวทางปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
  • เอเอ็ม 1494 “คลื่นเพลงดีมีสาระคู่ความคิด Like Station” สถานีวิทยุเพื่อผู้สูงอายุสถานีแรกของประเทศไทยที่รับฟังได้ทั้งสื่อหลักและบนสื่อ online โดยนำเสนอเพลง ศิลปะวัฒนธรรม สาระความรู้ ด้านสุขภาพและการดำรงชีวิต เตรียมรองรับสังคมผู้สูงวัยของประเทศ

สถานีวิทยุฯ อสมท ส่วนภูมิภาค บมจ. อสมท กำหนดแนวทางการผลิตรายการของสถานีวิทยุฯ ภูมิภาค เป็นสถานีท้องถิ่นในแต่ละจังหวัด โดยการผลิตและเสนอรายการที่มุ่งเน้นการเป็นสถานีวิทยุฯ เพื่อสาธารณประโยชน์และมวลชนท้องถิ่น สอดแทรกด้วยสาระความรู้ไปพร้อมๆ กับการให้ความบันเทิง และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในรายการ โดยแบ่งประเภทรายการที่ออกอากาศเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้

  1. รายการที่ออกอากาศเพื่อประโยชน์ระดับท้องถิ่น (Local Program) เช่น รายการ “อสมท เพื่อชุมชน” ซึ่งเป็นรายการที่เปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น และร้องเรียนปัญหาต่างๆ ในท้องถิ่นได้
  2. รายการที่ออกอากาศเพื่อประโยชน์ระดับชาติ (National Network Program) คือ รายการ Good Morning ASEAN ทุกวันในช่วงเวลา 07.00 07.30 น. รายการก้าวทันข่าว ทุกวันในช่วงเวลา 07.30 – 08.00 น.รายการเที่ยงวันทันข่าว ทุกวันในช่วงเวลา 12.00 – 12.30 น. รายการครบเครื่องเรื่องข่าว ทุกวันในช่วงเวลา 18.05 – 18.45 น. รายการข่าวพระราชสำนัก ทุกวันในช่วงเวลา 20.00 – 20.03 น. และรายการ 2 มุมข่าว ทุกวัน ในช่วงเวลา 19.00 – 19.30 น. รวมทั้งถ่ายทอดรายการข่าวของสำนักข่าวไทย โดยใช้สถานีวิทยุฯ เอฟเอ็ม 100.5 เมกะเฮิรตซ์ เป็นแม่ข่ายออกอากาศไปยังสถานีวิทยุฯ ภูมิภาคของ บมจ. อสมท ทุกสถานีทั่วประเทศทุกช่วงต้นชั่วโมง
  3. รายการที่ออกอากาศครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ (Nationwide) ซึ่งเป็นโครงการ ผลิตรายการวิทยุเพื่อออกอากาศให้ประชาชนได้รับฟังพร้อมกันทั่วประเทศ และเปิดโอกาสให้คนไทยทั่วประเทศ ได้เชื่อมโยงข่าวสารถึงกันอย่างทั่วถึง โดยมีสถานีวิทยุฯ บมจ. อสมท ในส่วนกลาง 4 สถานี คือ สถานีวิทยุฯ เอฟเอ็ม 95 เมกะเฮิรตซ์ “มหานคร แฟมิลี่ ลูกทุ่งมหานคร” เอฟเอ็ม 96.5 เมกะเฮิรตซ์ “คลื่นความคิด” สถานีวิทยุฯ เอฟเอ็ม 97.5 เมกะเฮิรตซ์ “Mellow” สถานีวิทยุฯ เอฟเอ็ม 99 เมกะเฮิรตซ์ “Active Radio” และสถานีวิทยุฯ เอฟเอ็ม 100.5 เมกะเฮิรตซ์ “คลื่นข่าว News Network” เป็นแม่ข่ายถ่ายทอดรายการ ข่าวสาร สาระความรู้และแวดวงบันเทิง ผ่านดาวเทียมไปยังเครือข่ายสถานีวิทยุฯ บมจ. อสมท ในต่างจังหวัดพร้อมกันทั้ง 53 แห่ง
    • เอฟเอ็ม 95 เมกะเฮิรตซ์ “LTM FM 95 MHz ลูกทุ่งมหานคร”
      จันทร์ – อาทิตย์ เวลา 00.00 - 07.00 น. (ลูกทุ่งมหานคร ซูปเปอร์สเตชั่น)
      จันทร์ – อาทิตย์ เวลา 19.30 - 20.00 น. (มหานครนิวส์ มหานครรอบทิศ)
      จันทร์ – ศุกร์ เวลา 22.00 - 00.00 น. (ลูกทุ่งมหานคร ซูปเปอร์สเตชั่น)
      เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 22.00 - 00.00 น. (เสาร์-อาทิตย์ ฮิตเป็นพิเศษ)
      เสาร์ เวลา 08.00 - 12.00 น. (เสาร์-อาทิตย์ ฮิตเป็นพิเศษ) ถ่ายทอดสัญญาณไป 22 สถานี
      อาทิตย์ เวลา 08.30 - 12.00 น. (เสาร์-อาทิตย์ ฮิตเป็นพิเศษ) ถ่ายทอดสัญญาณไป 22 สถานี
    • เอฟเอ็ม 96.5 เมกะเฮิรตซ์ “คลื่นความคิด”
      จันทร์ – อาทิตย์ เวลา 12.30 - 13.00 น. (Thinking Network)
    • เอฟเอ็ม 99 เมกะเฮิรตซ์ “Active Radio”
      จันทร์ – ศุกร์ เวลา 20.00 – 21.00 น. (สปอร์ตวาไรตี้)
      เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 20.00 – 22.00 น. (Soccer Live Report)
      จันทร์ – ศุกร์ เวลา 21.00 – 22.00 น. (เจาะสนามบอลไทย)
    • เอฟเอ็ม 100.5 เมกะเฮิรตซ์ “คลื่นข่าว News Network”
      จันทร์ – อาทิตย์ เวลา 07.00 - 07.30 น. (Good Morning ASEAN)
      จันทร์ – อาทิตย์ เวลา 07.30 - 08.00 น. (ก้าวทันข่าว)
      จันทร์ – อาทิตย์ เวลา 12.00 - 12.30 น. (เที่ยงวันทันข่าว)
      อาทิตย์ เวลา 13.00 - 14.00 น. (เกษตรทั่วไทย)
      จันทร์ – อาทิตย์ เวลา 18.00 - 18.45 น. (ครบเครื่องเรื่องข่าว)
      จันทร์ – อาทิตย์ เวลา 20.00 - 20.03 น. (ข่าวพระราชสำนัก)
      จันทร์ – ศุกร์ เวลา 19.00 - 19.30 น. (2 มุมข่าว)
      เสาร์ เวลา 19.00 - 19.30 น. (ทั่วไทยอาเซียน)
      อาทิตย์ เวลา 19.00 - 19.30 น. (ทิศทางข่าว)
      และข่าวต้นชั่วโมง ทุกวันๆ ละ 13 ช่วงๆ ละ 5 นาที

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้พัฒนาการผลิตรายการของสถานีวิทยุฯ ภูมิภาคในรูปแบบกลุ่มสถานี (Cluster) เพื่อสร้างความแปลกใหม่ โดดเด่น และเพิ่มความนิยมให้กับรายการด้วยการผลิตรายการจากสถานีวิทยุฯ ภูมิภาคหนึ่งสถานี เพื่อออกอากาศไปยังสถานีวิทยุฯ ภูมิภาคสถานีอื่น ในกลุ่มพื้นที่เดียวกัน ได้แก่

  1. กลุ่มภาคเหนือตอนบน รายการ “เปิดบ้านแปงเมือง เชื่อมวิถีอาเซียน”
  2. กลุ่มภาคเหนือตอนล่าง รายการ “เหนือล่างสร้างกระแส”
  3. กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รายการ “เก้าเชื่อมใจไทอีสาน”
  4. กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง รายการ “ฉายตะวัน”
  5. กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและล่าง รายการ “สุขทุกข่าว”
  6. กลุ่มภาคกลางและภาคตะวันออก รายการ “MCOT Green”
  7. กลุ่มภาคใต้ตอนบน รายการ “แดนดินถิ่นใต้”
  8. กลุ่มภาคใต้ตอนล่าง รายการ “ลาแปแลใต้”

สำนักข่าวไทย

สำนักข่าวไทย เป็นศูนย์กลางการผลิต รวบรวม จัดเก็บ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เน้นความเป็นกลาง ถูกต้อง เชื่อถือได้ และทันเหตุการณ์ ยึดหลักการนำเสนอข่าวตามมาตรฐานทางวิชาชีพ โดยนำเสนอผ่านสื่อของบริษัท ที่หลากหลาย ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ เครือข่ายสถานีวิทยุฯ บมจ. อสมท สื่อดิจิตอลออนไลน์ สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) และการให้บริการส่งข้อความข่าวในระบบ SMS ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกับพันธมิตรต่างประเทศ และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนและนำเสนอข่าวของประเทศไทยไปสู่นานาประเทศทั่วโลก

ปัจจุบันสำนักข่าวไทยนำเสนอข่าวในประเทศและข่าวต่างประเทศในสัดส่วนที่เหมาะสม ในรูปแบบข่าวทั่วไป สารคดีเชิงข่าว การสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องในประเด็นข่าวที่อยู่ในความสนใจ การรายงานสดสถานการณ์ข่าว รวมถึงรายงานพิเศษ จากศูนย์ข่าวของสำนักข่าวไทยในส่วนภูมิภาค 4 แห่ง คือ ศูนย์ข่าวภาคกลางและภาคตะวันออก ศูนย์ข่าวภาคเหนือ จ. เชียงใหม่ ศูนย์ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ. ขอนแก่น และศูนย์ข่าวภาคใต้ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ในส่วนของการนำเสนอข่าวต่างประเทศมีที่มาจากสำนักข่าวชั้นนำที่ได้รับการยอมรับและมีความน่าเชื่อถือในระดับสากล โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักข่าวและสื่อต่างประเทศสำคัญ ๆ ของโลกเป็นจำนวนมาก อาทิ AFP (Agence France Press), AP (Associated Press), APTN (Associated Press Television News), SNTV (Sport News Television), CCTV (China Central Television), Deutsche Welle (Germany), KBS (Korean Broadcasting System), NHK (Japan Broadcasting Corporation), Reuters และ Reuters TV

นอกจากนี้ สำนักข่าวไทยยังเป็นสมาชิกของ ASIAVISION ซึ่งเป็นหน่วยงานข่าวของ ABU (Asia-Pacific Broadcasting Union) และเป็นเครือข่ายแลกเปลี่ยนข่าวโทรทัศน์ระหว่างสถานีโทรทัศน์ที่เป็นสมาชิก 34 แห่ง จาก 31 ประเทศและดินแดน ทำให้ได้รับข่าวโดยตรงจากประเทศสมาชิก และส่งข่าวจากประเทศไทยเพื่อเผยแพร่ในประเทศต่างๆ รวมทั้งเป็นพันธมิตรกับกลุ่มประเทศยุโรป EBU (European Broadcasting Union) และกลุ่มประเทศอาหรับ ASBU (Arab States Broadcasting Union) อีกด้วย และสำนักข่าวไทยยังได้เป็นสมาชิกขององค์การสำนักข่าวแห่งเอเชียแปซิฟิก OANA (The Organization of Asia-Pacific News Agencies) ประกอบด้วยสมาชิกสำนักข่าว 44 แห่ง จาก 35 ประเทศ ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนข่าวสารระหว่างกันโดยตรง

สำนักข่าวไทย โดยฝ่ายข่าวต่างประเทศมีบทบาทสำคัญใน ASIAVISION มาโดยตลอด ทั้งด้านการบริหารและ การแลกเปลี่ยนข่าวสาร ซึ่งผู้บริหารจากสำนักข่าวไทยได้รับเลือกให้เป็นประธาน ASIAVISION 2 สมัย ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2548-2557 และในปี 2562 สำนักข่าวไทยได้รับรางวัลข่าวยอดเยี่ยมประจำเดือนพฤศจิกายน (The Best News Story of the Month หรือ AVN Monthly Award)

นอกจากพันธมิตรสื่อต่างประเทศแล้ว สำนักข่าวไทยมีโครงการแลกเปลี่ยนความร่วมมือกับ สำนักข่าวของประเทศสมาชิกอาเซียนอีก 9 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สหพันธรัฐมาเลเซีย สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ราชอาณาจักรกัมพูชา และเนการาบรูไนดารุสซาลาม

สำนักข่าวไทยให้บริการข่าวในสื่อต่าง ๆ ของ บมจ. อสมท ดังนี้

สื่อโทรทัศน์

  1. รายการประเภทรายงานข่าว ที่ผลิตโดยสำนักข่าวไทยที่ออกอากาศเป็นรายการสด ได้แก่
    • ช่อง 9 MCOT HD หมายเลขช่อง 30 แบ่งเป็นข่าวภาคหลัก ได้แก่ ข่าวเที่ยง ข่าวค่ำ ข่าวต้นชั่วโมง โดยทุกภาคข่าวหลักมีแถบอักษรข่าว หรือ News Bar และรายการข่าว ได้แก่ รายการเช้าชวนคุย รายการเรื่องพลบค่ำ รายการคลุกข่าวเล่าประเด็น รายการคู่ข่าวเสาร์ - อาทิตย์ รายการคับข่าวครบประเด็น รายการนาทีลงทุน รายการข่าวดังข้ามเวลา และรายการโลกเล่าเรื่อง
    • ช่อง MCOT Family SD หมายเลขช่อง 14 ได้แก่ รายการคู่ข่าวเล่าทุกเรื่อง

สื่อวิทยุ

  1. ผลิตข่าวให้สถานีวิทยุฯ อสมท เครือข่ายทั่วประเทศในช่วงข่าวต้นชั่วโมง ตั้งแต่ 08.00 -23.00 น.
  2. ผลิตรายการประเภทข่าวให้แก่สถานีวิทยุฯ เอฟเอ็ม 100.5 เมกะเฮิรตซ์ ในช่วงเครือข่ายทั่วประเทศ ได้แก่
    • ก้าวทันข่าว ออกอากาศทุกวัน เวลา 07.30 - 08.00 น.
    • สรุปข่าวภาคเที่ยง ออกอากาศทุกวัน เวลา 12.00 - 12.30 น.
    • ครบเครื่องเรื่องข่าว ออกอากาศทุกวัน เวลา 18.25 - 19.00 น.
  3. ผลิตรายการ “สวนอักษร” ให้กับสถานีวิทยุฯ เอฟเอ็ม 100.5 เมกะเฮิรตซ์ ออกอากาศทุกวันเวลา 03.00 - 04.00 น. (ผลิตลงแผ่น CD พร้อมออกอากาศ และสิ้นปีจะส่งมอบแผ่น CD ให้มูลนิธิคนตาบอดไทย เพื่อนำไปให้บริการแก่ผู้พิการทางสายตา) โดยเป็นกิจกรรม CSR ของสำนักข่าวไทย

สื่อดิจิตอล เช่น เว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) Facebook, Youtube, Line, Instagram, Twitter และ Facebook ซึ่งนอกเหนือจากการนำเสนอข่าวแล้ว ยังดำเนินการจัดทำ Facebook Live ให้กับรายการที่รับผลิตตามความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างรายได้ทางธุรกิจ เช่น รายการทำมาหาเงิน

ธุรกิจการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ระดับชาติ

การให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ คือ การให้บริการระบบเชื่อมโยงกลุ่มเครื่องส่งหรือถ่ายทอดสัญญาณเสียง หรือ ภาพที่ใช้ในการส่งข่าวสารสาธารณะหรือรายการจากสถานี ไม่ว่าจะโดยสื่อตัวนำที่เป็นสายคลื่นความถี่ แสง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือสื่อตัวนำอื่นๆ

สำหรับโครงการให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงและโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลได้มีการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลที่ใช้ระบบ Second Generation Digital Terrestrial Television Broadcasting System (DVB-T2) ตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ผู้ให้บริการโครงข่ายฯ ในประเทศชั้นนำเลือกใช้ สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการส่งสัญญาณโทรทัศน์นั้น ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่บีบอัดรวมสัญญาณภาพเสียง และข้อมูลเข้าด้วยกัน แล้วส่งไปสู่สถานีโครงข่ายปลายทาง ตามมาตรฐาน DVB-T2 ซึ่งประกอบด้วย
  • สถานีแม่ข่าย ประกอบด้วยอุปกรณ์ SD/HD Encoder. Multiplexer, DVB-T2 Gateway etc.
  • อุปกรณ์เครื่องส่ง ประกอบด้วย เครื่องส่งโทรทัศน์ระบบดิจิตอล, อุปกรณ์รับสัญญาณจากแม่ข่าย
  • อุปกรณ์เชื่อมโยง ประกอบด้วย อุปกรณ์เชื่อมโยงผ่านระบบดาวเทียม และระบบไฟเบอร์ออฟติก

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ในการประชุมวันที่ 17 มิถุนายน 2556 ได้มีมติอนุญาตให้ บมจ. อสมท เป็น 1 ในผู้ประกอบการโครงข่าย 4 ราย ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลระดับชาติ เป็นระยะเวลา 15 ปี นับตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2556 - 16 มิถุนายน 2571

การได้รับใบอนุญาตฯ ดังกล่าว เป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ บมจ. อสมท เป็นผู้ประกอบการธุรกิจสื่อสารมวลชนรายเดียวที่สามารถให้บริการธุรกิจโทรทัศน์ระบบดิจิตอลได้ครบวงจร โดยการให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล เริ่มต้นในเดือน เมษายน 2557 สามารถให้บริการช่องรายการโทรทัศน์ดิจิตอลในระบบความละเอียดมาตรฐาน หรือ Standard definition ได้จำนวน 6 ช่องรายการ และ ช่องรายการโทรทัศน์ดิจิตอลในระบบความละเอียดสูง หรือ High definition ได้จำนวน 2 ช่องรายการ ทั้งนี้ จำนวนช่องรายการและอัตราค่าบริการจะมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีผู้ประกอบการฯ ขอใช้บริการในระบบความละเอียดสูง หรือ High definition โดย บมจ. อสมท มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ดังนี้

  • ผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอลประเภทบริการธุรกิจ
  • ผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอลประเภทบริการสาธารณะ
  • ผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอลประเภทบริการชุมชน

ปัจจุบัน บมจ. อสมท ให้บริการช่องรายการโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล บนโครงข่ายโทรทัศน์ประเภทใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินระบบดิจิตอลระดับชาติ ของ บมจ. อสมท ดังนี้

  1. ช่องรายการโทรทัศน์ดิจิตอล แบบความคมชัดสูง (High Definition)
    • ช่อง 9 MCOT HD ช่อง 30 ดำเนินการโดย บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
    • ช่องไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ดำเนินการโดย บริษัท ทริปเปิลวี บรอดคาสท์ จำกัด
  2. ช่องรายการโทรทัศน์ดิจิตอล แบบความคมชัดปกติ (Standard Definition)
    • ช่อง MCOT Family ช่อง 14 ดำเนินการโดย บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ยุติการออกอากาศ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562
    • ช่องสปริงนิวส์ ช่อง 19 ดำเนินการโดย บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด ยุติการออกอากาศ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2562
    • ช่องวอยซ์ทีวี ช่อง 21 ดำเนินการโดย บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด ยุติการออกอากาศ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2562
    • ช่องรัฐสภา ช่อง 10 ดำเนินการโดยสำนักงานเลขานุการสภาผู้แทนราษฎร

บมจ. อสมท ได้ดำเนินการขยายโครงข่ายกระจายเสียงและโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล โดยได้ติดตั้ง สิ่งอำนวยความสะดวกบนสถานีหลัก 4 สถานี และโครงข่ายบนสถานีหลัก จำนวน 39 สถานีหลัก และอีก 129 สถานีเสริม เพื่อให้ครอบคลุมกว่าร้อยละ 95.1 ของจำนวนครัวเรือน นับตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2560 ซึ่งสอดคล้องตามข้อกำหนดของสำนักงาน กสทช. เพื่อให้ประชาชนสามารถรับชมผ่านเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ที่มีระบบรับสัญญาณแบบ DVB-T2 ประกอบอยู่ในเครื่อง (built-in Tuner) และผ่านกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ (Set top Box)

สำหรับการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกนั้น นอกจากการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกบน 4 สถานีหลักแล้ว บมจ. อสมท ได้พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอยู่เดิมด้วยการลงทุนเพิ่มเติมในอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อการให้บริการกับโครงข่ายระบบดิจิตอล ของ บมจ. อสมท เอง รวมทั้งเตรียมการวางแผนเพื่อให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกของ บมจ. อสมท แก่ผู้ให้บริการโครงข่ายรายอื่นที่ต้องการเช่าใช้สิ่งอำนวยความสะดวกด้วยเช่นกัน

ธุรกิจใหม่ (New Business)

ธุรกิจช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ระบบ C-band

บมจ. อสมท บริหารจัดการช่องสัญญาณโทรทัศน์ดาวเทียมในระบบ C-band / True Visions โดยได้ให้บริการเผยแพร่ภาพออกอากาศกับผู้ผลิตช่องรายการโทรทัศน์ชั้นนำ

  • การให้บริการรับส่งช่องสัญญาณโทรทัศน์ดาวเทียมไทยคม 5 ย่าน C-band บมจ. อสมท ได้นำช่องสัญญาณโทรทัศน์ดาวเทียมไทยคม 5 ระบบ C- band แบบ Global Beam ที่เหลือจากการแพร่ภาพออกอากาศของสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ มาให้บริการรับส่งช่องสัญญาณโทรทัศน์ดาวเทียมกับผู้ประกอบการช่องรายการโทรทัศน์ดาวเทียม โดยเป็นการออกอากาศแบบ Free To Air มีรัศมีของสัญญาณดาวเทียมครอบคลุมกว่า 120 ประเทศทั่วโลก และมีพื้นที่ให้บริการครอบคลุม 4 ทวีป ได้แก่ ทวีปเอเชีย ทวีปยุโรป ทวีปออสเตรเลีย และทวีปแอฟริกา (ยกเว้นทวีปอเมริกา)

ธุรกิจสื่อดิจิทัล

ธุรกิจสื่อดิจิทัลของ บมจ. อสมท เป็นการดำเนินกิจการผลิตและเผยแพร่เนื้อหา (Contents) ผ่านช่องทางออนไลน์ในทุกรูปแบบ ทั้งวิดีโอ ภาพนิ่ง เสียง และบทความ เพื่อการบริโภคแบบ Live และ On-Demand ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสื่อดิจิทัลของ บมจ. อสมท ได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งบน Websites และ Applications ที่ บมจ. อสมท บริหารจัดการเอง และแพลตฟอร์มภายนอกที่ บมจ. อสมท นำคอนเทนต์ไปเผยแพร่ภายใต้ชื่อบัญชีอย่างเป็นทางการ (Official Account) เช่น Youtube, Facebook, LINE, Instagram, AIS Play, Hooq

บมจ. อสมท สร้างสรรค์และผลิต Content ทุกรูปแบบ ทั้ง Live Streaming, Video-on-demand, Podcast และบทความ โดยการใช้เครื่องมือ Analytics วิเคราะห์ข้อมูลการบริโภคบนสื่อออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มประกอบการคัดเลือกหัวข้อที่เป็นประเด็นสนใจของสังคมและทันสถานการณ์ โดย Content Brands ของ บมจ. อสมท มีความหลากหลาย ครอบคลุมความสนใจเฉพาะด้านของผู้บริโภค

ธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ของ บมจ.อสมท เป็นการดำเนินกิจการให้บริการใช้แพลตฟอร์มที่ บมจ. อสมทเป็นผู้ลงทุนและบริหารจัดการแพลตฟอร์มเองหรือร่วมดำเนินการกับพันธมิตร ผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มจะมีสองกลุ่ม คือ ผู้ผลิตคอนเทนต์และผู้บริโภคคอนเทนต์ โดยค่าใช้บริการแพลตฟอร์มมีหลายรูปแบบ เช่น การแบ่งรายได้ (Revenue Sharing) ค่าบริการรายเดือน หรือค่าสมาชิกรายเดือน เป็นต้น

MCOT Academy

MCOT Academy ดำเนินธุรกิจสถาบันฝึกอบรมด้านสื่อสารมวลชนเพื่อหารายได้ในกลุ่มธุรกิจที่มิใช่ การออกอากาศ (Non-Broadcast) ภายใต้ชื่อ “MCOT Academy” มีความพร้อมในด้านบุคลากร และองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับวิชาชีพสื่อสารมวลชน ซึ่งเป็นทรัพยากรภายในของ บมจ. อสมท โดยบริหารจัดการในรูปแบบของการจัดหลักสูตรฝึกอบรมทางวิชาชีพสื่อสารมวลชน ให้แก่บุคลากรในวิชาชีพสื่อสารมวลชน หรือผู้สนใจทั่วไปภายนอก เพื่อเตรียมความพร้อม เพิ่มพูนความรู้และพัฒนาทักษะประสบการณ์ทางวิชาชีพในด้านสื่อสารมวลชนหรือในด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนอกจากหลักสูตรเฉพาะของ MCOT Academy แล้ว นอกจากนี้ยังออกหลักสูตรแบบพิเศษเพื่อเสริมประสบการณ์ตรงในด้านการสื่อสาร ทั้งการสื่อสารภาพลักษณ์ การสื่อสารนโยบาย การสื่อสารการตลาดสู่สาธารณะ ลูกค้า ผู้มีส่วนได้เสียผ่านสื่อแขนงต่าง ๆ จากนักวิชาชีพสื่อสารมวลชนชั้นนำผู้เชี่ยวชาญด้านภาพลักษณ์และการสื่อสารการตลาดระดับประเทศ รวมถึงนักธุรกิจหน้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จในโลกธุรกิจอย่างก้าวกระโดด รวมถึงการศึกษาเยี่ยมชมกิจการพร้อมพบปะกับผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างให้เป็นหลักสูตรสำหรับผู้นำองค์กรในระดับประเทศโดยในปี 2562 หลักสูตร “Making the CEOs of Thailand” ได้ดำเนินการจัดอบรมในรุ่นที่ 2 ประสบความสำเร็จ มีผู้เข้าอบรม ซึ่งประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสูงสุดและเจ้าของกิจการภาคเอกชน เข้าร่วมอบรม และมีวิทยากรที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ร่วมบรรยายในหลักสูตร

MCOT Talent ธุรกิจบริหารจัดการดูแลภาพลักษณ์และพัฒนาศักยภาพส่งเสริมศิลปิน ในสังกัด บมจ.อสมท

MCOT Talent Management เป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ในการบริหารจัดการ ดูแลภาพลักษณ์ และพัฒนา ส่งเสริมศักยภาพของศิลปินให้เด่นชัด มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างมูลค่าให้แก่ตัวศิลปิน พร้อมทั้งส่งศิลปินให้ร่วมกับหน่วยงานภายใน คอยสนับสนุนงานในหน่วยงานต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างรายได้ทางอ้อมให้กับ บมจ. อสมท ร่วมถึงต่อยอดรายได้จากหน่วยงานภายนอกให้กับบมจ. อสมทอีกทางหนึ่ง

กลุ่มศิลปินในสังกัด บมจ. อสมท จะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของส่วนบริหารศิลปิน สำนักโทรทัศน์ (MCOT Talent Management )มีการแบ่งกลุ่มการบริหารจัดการกลุ่มศิลปินที่สร้างรายได้ ได้แก่

  1. ผู้ประกาศข่าวสำนักข่าวไทย กลุ่มศิลปินที่สร้างรายได้จากเป็นผู้ประกาศข่าว สำนักข่าวไทย ร่วมถึงการเป็นพิธีกรภาคสนามให้กับหน่วยงานภายในและภายนอก บมจ.อสมท ภายใต้การบริหารจัดการของส่วนบริหารศิลปิน สำนักโทรทัศน์ ปี 2562 มีจำนวน 10 คน
  2. พิธีกร ผู้ดำเนินรายการ กลุ่มศิลปินที่สร้างรายได้จากการเป็นพิธีกรให้กับรายการต่างๆที่ออกอากาศทางช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30 และ เป็นพิธีกรงานกิจกรรม (Event) ให้หน่วยงานต่างๆ ภายใน บมจ. อสมท รวมไปถึงสร้างรายได้จากหน่วยงานภายนอก ภายใต้สัญญาจ้างศิลปินในสังกัด โดยการบริหารของส่วนบริหารศิลปิน สำนักโทรทัศน์ ปี 2562 มีจำนวน 6 คน

ธุรกิจด้านทรัพย์สินทางปัญญา

สำนักพัฒนาธุรกิจ ได้ดำเนินธุรกิจ Non-Broadcast อีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อให้การดำเนินการด้านการผลิตและออกอากาศรายการของ บมจ. อสมท เกิดประโยชน์สูงสุดในเชิงธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจด้านทรัพย์สินทางปัญญา โดยเริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี 2560 ดังนี้

  1. รวบรวมดูแลทรัพย์สินทางปัญญาของ บมจ. อสมท ซึ่งรวมถึงลิขสิทธิ์และทรัพย์สินอุตสาหกรรมที่เป็นสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าที่มีอยู่เพื่อนำมาใช้ประโยชน์เพื่อสร้างรายได้แก่กิจการของ บมจ. อสมท
  2. บริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาของ บมจ. อสมท เพื่อดำเนินการจัดซื้อ ขาย เช่า แลกเปลี่ยน รวบรวม ดูแล และบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร ซึ่งผลการดำเนินงานในปี 2560 ที่ผ่านมา มีรายได้จากการอนุญาตให้ใช้งานอันมีลิขสิทธิ์จาก สารคดีเทิดพระเกียรติชุด “เทิดเกล้า” กับบริษัท ทรู โฟร์ยู สเตชั่น จำกัด และสารคดีเทิดพระเกียรติชุด “ในดวงใจนิรันดร์” กับ บริษัท ปุญญพัฒน์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (บูมเมอแรง) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นการต่อยอดให้เกิดรายได้ จึงเห็นได้ว่าการวางยุทธศาสตร์ด้านทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเรื่องสำคัญในการแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบัน เพราะสามารถสร้างรายได้ โดยการอนุญาตให้ผู้อื่นนำไปใช้ในธุรกิจต่างๆ

ในปี 2561 บมจ.อสมท มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา ทำหน้าที่บริหารจัดการให้ทรัพย์สินทางปัญญาของ บมจ. อสมท ได้รับการปกป้องตามกฎหมาย กำหนดนโยบายด้านลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา ของ บมจ. อสมท เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติร่วมกันของพนักงาน คู่ค้า และพันธมิตร กำหนดนโยบายและแนวทางการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จัดการระบบบริหารคลังข้อมูลเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลรวมขององค์กร และใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในการสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจให้แก่องค์กรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีการรวบรวม จัดหมวดหมู่ คัดเลือก รวมทั้งจัดทำกระบวนการจัดการ คอนเทนต์ ลิขสิทธิ์ และทรัพย์สินทางปัญญาของ บมจ.อสมท เพื่อการต่อยอดสร้างรายได้อย่างเป็นระบบ โดยมีการเตรียมการจำหน่ายผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นอกจากการดำเนินงานตามแนวทางการบริหารจัดการด้านทรัพย์สินทางปัญญาของคณะทำงานเพื่อประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว สำนักพัฒนาธุรกิจ ยังได้เริ่มดำเนินโครงการต่อยอดธุรกิจด้านทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกับสำนักโทรทัศน์และสำนักข่าวไทย โดยการนำฟุตเทจ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ที่เป็นลิขสิทธิ์ของ บมจ.อสมท มาพัฒนาในรูปแบบต่างๆ สำหรับการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ บมจ.อสมท ต่อไปในอนาคต ควบคู่ไปกับการอนุญาตให้คู่ค้า พันธมิตร และหน่วยงานอื่นๆ ใช้สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของ บมจ.อสมท เพื่อนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ต่างๆ หรือในเชิงธุรกิจร่วมกันต่อไป

ในปี 2562 บมจ. อสมท ยังได้ร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D BANK ดำเนินการจัดทำโครงการ “SME D Digital Market Place” ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนาด้านการตลาดและเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ไทย อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดโอกาสและช่องทางการกระจายสินค้า โดยการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโทรทัศน์ และดิจิทัลแพลต์ฟอร์ม แบบครบวงจรด้วยระบบ E-Commerce รวมทั้งโครงการ E-Commerce ที่ บมจ.อสมท ได้ร่วมลงนามความร่วมมือ กับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เพื่อให้หน่วยงานทั้งสองได้นำองค์ความรู้ในด้านต่างๆมาบูรณาการร่วมกัน เพื่อต่อยอดธุรกิจเป็นการสร้างรายได้ต่อไป

ธุรกิจ Non – Broandcast ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการพัฒนาเพื่อสร้างรายได้

  1. ธุรกิจบนคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz ระบบ MMDS

    คลื่นความถี่ย่าน 2600 เม็กกะเฮิร์ต เป็นคลื่นความถี่ที่กรมไปรษณีย์โทรเลขจัดสรร ให้ บมจ.อสมท เพื่อดำเนินกิจการให้บริการโทรทัศน์ระบบบอกรับเป็นสมาชิก ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อปี 2533 โดย บมจ. อสมท ได้ร่วมกับเอกชนในการดำเนินการเพื่อให้บริการในธุรกิจดังกล่าว ต่อมาเมื่อเอกชนผู้ประกอบการให้บริการโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิกได้ยุติการให้บริการ บมจ. อสมท จึงได้นำคลื่นความถี่ดังกล่าวมาบริหารจัดการและใช้ประโยชน์ โดยได้ขออนุญาตเปลี่ยนแปลงระบบจากเทคโนโลยีการแพร่กระจายสัญญาณในระบบแอนะล็อก มาเป็นเทคโนโลยีการแพร่สัญญาณระบบดิจิทัล โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลรูปแบบ Broadband Wireless Access : BWA เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป

    ในปี 2553 บมจ. อสมท ได้ลงนามสัญญาทางธุรกิจเกี่ยวกับกิจการโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิกบนคลื่นความถี่ MMDS กับ บริษัท เพลย์เวิร์ค จำกัด เพื่อให้เป็นผู้ดำเนินการบริหารจัดการ การจัดหาอุปกรณ์ระบบการให้บริการ เช่น ระบบบริหารจัดการสมาชิก ระบบจัดการเนื้อหารายการ (Content Management) จัดทำระบบบริหารจัดการ (System Platform) เป็นต้น รวมถึงการดำเนินการด้านการบัญชี การตลาด การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และการส่งเสริมการขาย รวมถึงการดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือต่อเนื่องในการให้บริการกิจการโทรทัศน์ ระบบบอกรับเป็นสมาชิกบนคลื่นความถี่ย่าน 2600 เม็กกะเฮิร์ต ระบบ MMDS และภายหลังจากสิ้นสุดสัญญา จะโอนกรรมสิทธิ์ในอุปกรณ์ระบบการให้บริการทั้งหมดที่ใช้ในการให้บริการภายใต้โครงการฯ ให้กับ บมจ. อสมท

    ต่อมาสำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือ ลงวันที่ 11 มีนาคม 2562 เรื่องการเรียกคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือใช้ประโยชน์คุ้มค่า หรือนำมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น ในช่วง 2500 - 2690 MHz จำนวน 190 MHz จากผู้ได้รับอนุญาต จำนวน 3 ราย คือ

    • บมจ. อสมท (ช่วง 2536 - 2608 MHz และ 2616 - 2690 MHz ทั้งหมดรวม 146 MHz)
    • กรมการทหารสื่อสาร กองทัพบก
    • กรมการสื่อสารทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย
  2. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

    บมจ. อสมท มีที่ดินซึ่งเป็นกรรมการสิทธิ์ของ บมจ. อสมท ทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด ที่ถือว่าเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่สำคัญ ที่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับ บมจ. อสมท ในระยะยาว โดยที่ดินที่มีศักยภาพในการลงทุนและมีมูลค่าสูง คือ ที่ดิน 50 ไร่ บริเวณถนนวัฒนธรรม เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่ดินผืนใหญ่ในย่านธุรกิจใหม่ ติดกับศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ใกล้กับเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีส้ม ทำให้สามารถสร้างจุดขายได้อย่างชัดเจน โดย บมจ. อสมท ได้ว่าจ้าง สำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นที่ปรึกษาในการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำที่ดินดังกล่าวมาพัฒนาเพื่อสร้างรายได้ ตามขั้นตอนภายใต้พระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 อีกทั้งดำเนินการสำรวจความคิดเห็นและความสนใจของนักลงทุน(Market Sounding) รวมถึงการรับฟังความเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย(Public Hearing) อันนำไปสู่แนวทางการพัฒนาโครงการแบบผสมผสาน (Mix-Use Development) โดยแบ่งทั้งหมดเป็น 3 โซน ได้แก่ โซน A ขนาดพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ โซน B ขนาดพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ และโซน C ขนาดพื้นที่ ประมาณ 10 ไร่ โดยทำแผนบริหารจัดการ ดังนี้

    โซน A และโซน B ดำเนินการคัดเลือกนักลงทุน โดยเอกชนเป็นผู้ดำเนินโครงการและเช่าที่ดิน บมจ. อสมท

    โซน C พัฒนาร่วมกับสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) (สบร.) ในการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ (National Knowledge Center-NKC) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐ และสอดคล้องกับบริบทของการพัฒนาคน ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ

    อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูงจึงต้องดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 ทั้งนี้ ได้เริ่มดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว และคาดว่าจะประกาศเชิญชวนคัดเลือกนักลงทุนภายในไตรมาสแรกของ ปี 2563

บริษัทย่อยและบริษัทร่วมดำเนินกิจการ

บริษัทย่อย

บริษัท พาโนราม่า เวิลด์ไวด์ จำกัด

บมจ. อสมท ได้จดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท พาโนราม่า เวิลด์ไวด์ จำกัด เป็นบริษัทย่อย โดย บมจ. อสมท ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49 เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2546 เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตรายการและสารคดีโทรทัศน์ให้กับสถานีโทรทัศน์ทั้งในและต่างประเทศ เคเบิลทีวี สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม สถานีโทรทัศน์ดิจิตอล การผลิตวิดีทัศน์และสื่อประชาสัมพันธ์ให้กับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวมถึงการขายภาพถ่าย Stock Footage ให้กับผู้ผลิตสารคดีทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้ บริษัท พาโนราม่า เวิลด์ไวด์ จำกัด ได้ประสบปัญหาการขาดสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ รายได้ไม่ครอบคลุมกับค่าใช้จ่าย ซึ่งส่งผลต่อศักยภาพในการดำเนินกิจการต่อไปในอนาคต คณะกรรมการ บมจ. อสมท ในการประชุมครั้งที่ 2/2562 วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 จึงมีมติให้ บริษัท พาโนราม่า เวิลด์ไวด์ จำกัด ยุติการดำเนินธุรกิจ และจัดการพันธะภาระต่างๆที่ผูกพันให้แล้วเสร็จ

บริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัด

บริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัด ซึ่งประกอบกิจการด้านบันเทิงทุกประเภท และให้คำปรึกษา เช่น จัดคอนเสิร์ต ละครเวที แฟชั่นโชว์ การค้ากล้องถ่ายภาพยนตร์ กล้องบันทึกเทปโทรทัศน์ (วิดีโอ) เครื่องเล่นเทป และเครื่องถ่ายทอดวัสดุโทรทัศน์ (วิดีโอ) เครื่องฉายภาพยนตร์ เครื่องฉายสไลด์ ฟิล์มทุกชนิดทุกขนาด เครื่องตัดต่อฟิล์มภาพยนตร์ มีลักษณะการประกอบธุรกิจ ได้แก่ ผลิตรายการวิทยุในระบบ เอฟเอ็ม SEED 97.5 FM การจัดคอนเสิร์ต ผลิตรายการโทรทัศน์ ธุรกิจผลิตเพลงและผลิตภัณฑ์ดิจิทัลอื่นๆ และทำธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ประสบภาวะการขาดทุนมาตั้งแต่ปี 2557 และไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น คณะกรรมการ บมจ. อสมท ในการประชุมครั้งที่ 16/2559 วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 จึงมีมติเห็นชอบการเลิกกิจการบริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัด (เอฟเอ็ม 97.5 เมกะเฮิรตซ์) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ. อสมท เนื่องจากประสบปัญหาสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจจากการลดลงของรายได้อย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลของกรมสรรพากร ส่วนคลื่นวิทยุ เอฟเอ็ม 97.5 เมกะเฮิรตซ์ บมจ. อสมท ได้นำมาบริหารจัดการและปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้ฟังที่เปลี่ยนไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภายใต้การบริหารงานของ บมจ. อสมท เอง

บริษัทร่วมดำเนินกิจการ

บมจ. อสมท ร่วมดำเนินกิจการกับผู้ประกอบการเอกชนตามสัญญาร่วมดำเนินกิจการ โดยบริษัทฯ รับรายได้ในรูปของค่าตอบแทนตามสัญญาร่วมดำเนินกิจการจาก 2 กิจการหลักที่สำคัญ คือ

  1. บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ในการดำเนินกิจการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อสมท รวมทั้งให้เช่าเวลาจัดรายการและโฆษณาทางสถานีวิทยุฯ เอฟเอ็ม 105.5 เมกะเฮิร์ตซ์
  2. บริษัท ทรู วิชั่นส์ เคเบิ้ล จำกัด (มหาชน) ให้บริการโทรทัศน์ระบบบอกรับเป็นสมาชิกทางสายเคเบิ้ล ซึ่งจะครบกำหนดสัญญาในวันที่ 31 ธันวาคม 2562

ทั้งนี้ สัญญาร่วมดำเนินกิจการให้บริการโทรทัศน์ระบบบอกรับเป็นสมาชิก ระหว่าง บมจ.อสมท กับ บมจ.ทรู วิชั่นส์ เคเบิ้ล สิ้นสุดลง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562